แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดูดไขมัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดูดไขมัน แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ควรรู้ไว้ก่อนไปทำทำตาสองชั้น วิธีศัลยกรรมตามีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง

715680927969515.jpg

เดี๋ยวนี้มองไปทางไหนก็มีแต่กระแสเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นหนังเกาหลี แฟชั่นเกาหลี อาหารเกาหลี หรือแม้แต่ตากลมโตบ้องแบ๊วน่ารักๆ แบบสาวเกาหลี จนทำให้สาวไทยหลายคน อยากจะเนรมิตกายให้สวยใสน่ารักแบบเดียวกับเค้าบ้าง และเมื่อเป็นอย่างนั้น ทำให้สาวๆ หลายๆ คนเริ่มสนใจไปทำศัลยกรรมตาตัวเองให้ดูกลมโต รวมไปถึงการทำตาสองชั้น ซึ่งเป็นที่นิยมกันอยู่ขณะนี้ แต่ก่อนที่จะไปทำศัลยกรรมตา มาเรียนรู้กันซักหน่อยว่า เค้ามีวิธีการทำตาสองชั้นอย่างไร และแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง

วิธีที่ 1 การเย็บเปลือกตาด้านใน โดยแพทย์จะเย็บจากเปลือกตาด้านใน วิธีนี้จะมีระยะเวลาคงทนอยู่ที่ 1-2 ปีเท่านั้น แล้วชั้นตาจะหลุดทำให้ต้องแก้ไขใหม่

วิธีที่ 2 การตัดหนังตาออกและเย็บ แพทย์จะกรีดเปลือกตาบนเป็นทางยาว เพื่อเอาไขมันส่วนเกินออกแล้วเย็บแผลตามรอยกรีด ข้อเสียของวิธีนี้ คือ ชั้นตาจะเป็นตะเข็บรอยแผลหยาบและเป็นรอยยาว

วิธีที่ 3 การกรีดเปลือกตา ไม่แตกต่างจากวิธีที่สอง แต่แผลจะเล็กและเนียนกว่า

วิธีที่ 4 การใช้เลเซอร์ วิธีนี้จะทำให้เลือดออกน้อย แต่ไม่ได้ทำให้แผลสวยกว่าการผ่าตัดปรกติ

วิธีที่ 5 วิธี ดูดไขมัน เป็นเทคนิคการเจาะรูเล็กๆ ประมาณ 1 ซม. ที่เปลือกตาบนแล้วดูดไขมันออก ถ้าทำถูกจุดโดยแพทย์ที่ชำนาญ จะได้ชั้นตาสวยและดูเป็นธรรมชาติ

วิธีที่ 6 ดูดไขมันร่วมกับการใช้ Microscopic Surgery เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุด วิธีนี้จะมีรอยแผลเป็นที่เปลือกตาเล็กมาก แทบมองไม่เห็น ไม่มีอาการบวมช้ำ และดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด

แนะนำวิธีการศัลยกรรมตาและข้อดีข้อเสียทำตาสองชั้นกันไปแล้ว ที่สำคัญอย่าลืมเลือกสถาบันหรือโรงพยาบาลที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะและเชื่อถือได้ เพื่อให้การทำศัลยกรรมตาออกมาสวยสมใจกันทุกคน


ที่มา: women.thaiza

วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ดูดไขมันลดส่วนเกิน คิดดีแล้วหรอ? 10 สิ่งที่เราไม่รู้ (แต่ควรรู้) ในการดูดไขมัน




สาวๆ คนไหนที่ไม่มีความมันใจในตัวเอง คิดว่าตัวเองมีไขมันส่วนเกิน แล้วคิดอยากจะไปกำจัดไขมันส่วนเกินนั้นออก อย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจไป มาดูข้อควรรู้และเรื่องที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนดีกว่ามั้ย

1.  การดูดไขมันไม่ใช่เป็นการลดน้ำหนักอย่างแรกเลย การดูดไขมันมีผลเฉพาะต่อบางพื้นที่บางจุดเท่านั้น โดยเฉพาะต้นขาและเอว (พุง) นอกจากนี้ ก่อนที่คุณจะตัดสินใจดูดไขมันส่วนเกินนั้น Dr.Dirk Lazarus ศัลยแพทย์พลาสติก แห่งเคปทาวน์ กล่าวว่า คุณควรมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) น้อยกว่า 30

2.  หายแต่เพิ่ม งงมั้ย แน่นอว่าการดูดไขมัน อาจจะทำให้เซลล์ไขมันของคุณหายไป แต่ไขมันส่วนอื่นอาจจะเพิ่มมาแทน เพื่อทดแทนส่วนที่หายไป ผู้หญิงรูปร่างปกติที่ดูดไขมันที่ต้นขาและท้องน้อย จะมีไขมันในปริมาณที่เท่ากัน เพิ่มขึ้นที่บริเวณเอวส่วนบนช่วงไหล่ และต้นแขนส่วนไตรเซพ การเพิ่มของไขมันเป็นภาวะการพิทักษ์การสะสมไขมันของร่างกาย นอกจากนี้ภายหลังจากที่คุณดูดไขมันไปแล้ว คุณก็จะกลับไปบริโภคอาหารที่ให้พลังงานมากเกินกว่าที่ใช้ในแต่ละวัน ไขมันกลับมาพอกพูนในส่วนที่เซลล์ไม่ถูกทำลาย

3.  เพิ่มที่อื่นแทน แม้ว่าคุณจะทำการดูดไขมันส่วนเกินออกไปแล้ว แน่นอนว่าไขมันจะไม่กลับเข้าไปสะสมอยู่ที่เดิมที่ถูกดูดออกมา เพราะการดูดไขมันได้ทำลายผนังเซลล์ในส่วนนั้น แต่ไขมันก็จะไปเพิ่มอยู่ส่วนอื่นแทนนั่นเอง

4.  นำไปเพิ่มที่อื่นได้ ไขมันที่ถูกดูดออกไป สามารถนำกลับมาฉีดกลับเข้าไปในอวัยวะส่วนอื่นๆ ได้ ตั้งแต่ริมฝีปาก จรดอวัยวะเพศ…! นี่คือเรื่องจริง เนื่องจากไขมันที่ถูกดูดออกมา มันคือส่วนหนึ่งของร่างกาย จึงไม่มีโอกาสต่อต้านด้วยร่างกายของตนเอง และกระบวนการนี้สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง และพร้อมกันกับการดูดไขมันเพียงแค่ฉีดยาชาเพิ่มเท่านั้นเอง

5.  หญิงดีกว่าชาย ศัลยแพทย์พลาสติกจากเมือง เดอร์บัน ประเทศแอฟริกาใต้ ยังกล่าวอีกว่า การดูดไขมันมักจะประสบผลสำเร็จ ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายของเพศชายนั้นดูดได้ยากกว่าและใช้เวลานานกว่า

6.  วิธีใหม่ส่งตรงจากสปา วิธีนี้เรียกว่า Cryolipolysis (Cool Sculpting) ซึ่งเป็นการสลายไขมันด้วยความเย็น แต่วิธีนี้ ศัลยแพทย์ ยังมีข้อกังขาอยู่ว่ามีผลเป็นเพียงการสลายเฉพาะจุดเท่านั้น

7.  ใช้เทคโนโลยีต่าง ผลลัพท์ต่าง การดูดไขมันด้วยวิธี Ultrasonic-Assisted Liposucting (UAL หรือ การดูดไขมันด้วยอัลตร้าซาวด์) ซึ่งใช้การประยุกต์คลื่นเสียงความถี่สูงมาใช้ ด้วยการใช้สัญญาณเสียงส่งผ่านไปที่ปลายท่อยาว และทำให้เซลล์ไขมันแบบหนาแน่นเช่น ในส่วนหน้าอกและหลัง ส่วนการดูดไขมันด้วย Laser Lipolysis (การดูดไขมันด้วยเลเซอร์) ซึ่งเป็นการใช้แสงเลเซอร์ยิงเซลล์ไขมันที่ต้องการสลายจนกลายเป็นน้ำมัน เมื่อไขมันสลายแล้ว ก็จะไหลออกทางเข็มทางเข้าของสายเลเซอร์ ยังมีอีกหนึ่งวิธี นั่นก็คือ Tumescent Technique เป็นการดูดไขมันแบบฉีดสารละลายระหว่างยาชา และยา Epinephrine เป็นวิธีที่มีการพัฒนาอย่างยาวนาน แน่นอนว่าวิธีนี้นี่แหละที่คุณจะได้รับบาดเจ็บน้อยกว่า ผิวหนังที่ถูกดูดไขมันออกไปจะเรียบเนียน ไม่ค่อยมีร่องรอยให้เห็น เลือดออกน้อย แถมยังมีรอยเขียวช้ำน้อยกว่าอีกด้วยล่ะ

8.  ผลอยู่นานขึ้น ถ้าปฏิบัติตนถูกต้อง ระยะ พักฟื้นภายหลังจากที่ดูดไขมันจะสั้นหรือนานกว่าปกติ ขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง หากว่า คุณใช้ผ้ายืดรัดกระชับรูปทรงและลดความเร็วในการเคลื่อนไหว เพื่อไม่ให้เกิดแผลเป็นเกิดลิ่มเลือดและเลือดคั่งได้ นอกจากนี้การรับประทานอาหารก็เป็นเรื่องจำเป็นที่ควรใส่ใจ ควรหันมาทานอาหารเพื่อสุขภาพจะดีกว่าเวลาที่จะเห็นผลอย่างชัดเจนก็ราวๆ 6 เดือน นั่นคือระยะเวลาที่คุณจะต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษเลยล่ะ

9.  อาจมีผลข้างเคียง หากการดูดไขมันกระทำโดยผู้ด้อยประสบการณ์ก็จะส่งผลให้เกิดอันตรายกันคนไข้ได้ อย่างเช่น การเกิดรอยไหม้ของไขมัน จากการ UAL (Ultrasonic-Assisted Liposucting) การอุดตันของลิ่มเลือดที่ปอด และอาการช็อคที่เกิดจากการทดแทนน้ำที่ไม่เหมาะสมภายหลังจากการดูดไขมัน

10.  อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น Marella O’Reilly CEO ของ HPCSA (Health Professions Council of South Africa) องค์กรผู้ประกอบวิชาชีพสาธารณสุข กล่าวว่า การดูดไขมันต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ภายใต้เงื่อนไขและสภาวะแวดล้อมที่เหมาะควรเท่านั้น

สาวๆ คนไหนคิดจะไปดูดไขมันส่วนเกินออกก็ควรทำการศึกษาเกี่ยวกับวิธีการและสถานประกอบการณ์ก่อน รวมไปถึง สภาพร่างกายของตัวเองด้วย ที่สำคัญหากร่างายคุณไม่พร้อมไม่ว่าแพทย์เชี่ยวชาญแค่ไหน มันก็สามารถเกิดโอกาสเสี่ยงได่อย่างแน่นอน

ขอบคุณที่มาจาก: http://women.mthai.com/women-variety/90688.html